
ตำหนักหอ
ตำหนักหอ เป็นตำหนักแรกในวังบางขุนพรหมคือสร้างขึ้นพร้อมกับการก่อสร้างวังบางขุนพรหม ซึ่งเป็นวังที่ประทับของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระสถิตย์นิมานการ (ม.ร.ว. ชิต อิศรศักดิ์ ภายหลังเป็นพระยาประดิษฐ์อมรพิมาน) สร้างพระตำหนักเล็กเพิ่มขึ้นภายในบริเวณวังอีก 1 หลัง และจะต้องให้เสร็จก่อนตำหนักใหญ่ เพราะสมเด็จ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ต้องทรงใช้เป็นตำหนักหอ ในปีพุทธศักราช 2446
พระสถิตย์นิมานการ เลียนแปลนคล้ายๆกับพระที่นั่งวิมานเมฆในพระราชวังดุสิต เป็นเรือน 3 ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐ ชั้น 2 และชั้น 3 เป็นไม้สัก โดยเฉพาะชั้น 3 ไม่ได้สร้างเต็มเนื้อที่ สร้างเฉพาะเป็นห้องส่วนพระองค์ 3 ห้อง คือห้องซ้ายเป็นห้องประทับทรงพระอักษร หรือห้องผักผ่อนตามสบาย ห้องกลางเป็นห้องเสวย ห้องขวาเป็นห้องเตรียมเครื่องเสวย ส่วนห้องมุขที่ยื่นออกตรงกลางตรงกลางตำหนักเป็นห้องรับแขก และชั้นล่างเป็นห้องเก็บของ (หลังคามุงกระเบื้องสามเลน และใช้เพดานไม้สัก)
สมเด็จ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงอภิเษกกังหม่อมเจ้าสมประสงค์ ไชยยันต์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2446 และทรงใช้ตำหนักหอเป็นเรือนหอจนตำหนักใหญ่แล้วเสร็จ และในปีพุทธศักราช 2528 ธนาคารแห่งประเทศไทย น้อมเกล้าฯ ถวายอาคารตำหนักหอแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยธนาคารฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและนำมาปลูกสร้างใหม่ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้มาปลูกสร้างในวังศุโขทัยและแล้วเสร็จในปีพุทธศักราช 2530 จนกระทั่งในปีพุทธศักราช 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายวัชรกิติ วัชโรทัย ผู้อำนวยการพระราชวังดุสิต เป็นผู้ดำเนินการรื้อย้ายตำหนักหอจากวังศุโขทัยมาปลูกสร้าง ณ พระราชวังดุสิต โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการนี้จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ปัจจุบัน ภายในตำหนักหอได้ใช้เป็นอาคารจัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ซึ่งอัญเชิญมาจากวังศุโขทัยและจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาสมัยสุโขทัยและอยุธยาซึ่งจมอยู่ใต้ทะเลแถบตะวันออกและทางใต้ของไทย
No comments:
Post a Comment